ดิโอโก้ โชต้า มีชื่อเต็มว่า ดีโยกู ฌูแซ ไตไชรา ดา ซิลวา เขาเกิดในวันที่ 4 ธันวาคม 1996 ที่เมืองปอร์โต ประเทศโปรตุเกส โชต้า มีความชื่นชอบในฟุตบอลมาตั้งแต่ยังเด็ก และเขาได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวเป็นอย่างดี ซึ่งจุดเริ่มต้นของการหลงใหลฟุตบอลถึงขีดสุดก็คือ เมื่อ เด็กน้อยโชต้า ได้นั่งดูเกมฟุตบอลยูโร 2004 ซึ่งเขานั่งเชียร์ทีมชาติโปรตุเกส และแน่นอนว่า นักเตะในดวงใจของเขาก็คือ คริสเตียโน โรนัลโด้

เมื่อโชต้า อายุได้ 9 ขวบ เขาได้เข้าร่วมในอคาเดมี่ของสโมสรกอนโดมาร์ ซึ่งเป็นสโมสรขนาดเล็ก เขาได้เริ่มต้นการฝึกทักษะการเล่นฟุตบอลระดับเริ่มต้นที่นั่น และเมื่อเขามีอายุ 13 ปี โชต้า ก็ได้ย้ายไปอยู่กับอคาเดมี่ของ ปากอส เดอ เฟอร์ไรร่า สโมสรฟุตบอลในเมืองปอร์โต ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องการพัฒนานักเตะเยาวชนให้กลายมาเป็นนักเตะชั้นยอด และที่นี่ โชต้าได้ทำการฝึกฝน และพัฒนาฝีเท้าของตัวเองจนมีความสามารถมากกว่าเด็กในวัยเดียวกัน และทำให้เขาได้รับการสนับสนุนจากโค้ชของทีมที่ช่วยกันผลักดันให้ก้าวขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ของ ปากอส เดอ เฟอร์ไรร่า ในปี 2014 ซึ่งในตอนนั้นเขามีอายุ 18 ปี และทำให้เส้นทางของการเป็นนักฟุตบอลอาชีพของเขาได้เริ่มขึ้นแล้ว

และในการเล่นให้กับทีม ในเกมโปรตุเกส ซุเปอร์ลีกา โชต้า ในวัย 18 ปี ก็สามารถโชว์ฟอร์มอันยอดเยี่ยมจนทุกคนต้องตกตะลึง เมื่อเขายิงประตูได้ถึง 2 ประตูในเกมเดียว และกลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่สามารถยิงได้สองประตูในเกมเดียวของทีม

ในฤดูกาล 2015-2016 โชต้า ยังสร้างผลงานอันยอดเยี่ยมของเขาต่อไป ด้วยการสร้างสถิติให้กับตัวเอง จากการทำประตูไป 14 ประตู และ 10 แอสซิส์ จากการแข่งขันในทุกรายการ และทำให้ โชต้า กลายเป็นนักเตะดาวรุ่งที่สโมสรดังในยุโรปจับตามอง ซึ่งในตอนนั้นจากความสามารถ และพรสวรรค์ของเขาทำให้เขาถูกยกให้เป็นนักเตะดาวรุ่งคนหนึ่งเลยทีเดียว

และในฤดูกาล 2016-2017 โชต้า ได้ตัดสินใจไปร่วมทีมกับ แอตเลติโก มาดริด สโมสรใหญ่ในลาลีกา สเปน เพื่อต้องการเก็บเกี่ยวประสบการณ์และเพื่อทดสอบความสามารถของตัว แต่การตัดสินใจย้ายมายังสเปนของเขาในครั้งนี้  ไม่เป็นอย่างที่เขาวาดฝันไว้ โชต้าไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับรูปแบบการเล่นของแอตเลติโก มาดริด ได้ จนทำให้เขาไม่สามารถช่วงชิงตำแหน่งตัวจริงในสนามได้ จนสุดท้ายเขาก็กลายเป็นนักเตะที่ไม่อยู่ในแผนทางทำทีมของ ดีเอโก้ ซิเมเน่ ซึ่งการเดินทางมาร่วมทีมกับแอตเลติโก มาดริดนั้น โชต้า ไม่ได้มีโอกาสลงสนามเลย

ในปี 2016 สโมสรเอฟซี ปอร์โต ทีมดังในลีกโปรตุเกส ได้ยื่นข้อเสนอเพื่อยืมตัวของเขามาร่วมทีม ทำให้ โชต้า ได้กลับไปที่บ้านเกิดของเขาอีกครั้ง และครั้งนี้ก็เหมือนการที่เขาได้ตื่นจากฝันร้าย โชต้า มีโอกาสลงสนามมากขึ้น และสามารถพัฒนาฝีเท้า และกลับมาโชว์ฟอร์มอันสุดยอดได้เหมือนเดิม และ โชต้า ยังสร้างสถิติเอาไว้อย่างมากมาย อย่างเช่น เขาเป็นนักเตะชาวโปรตุเกสที่มีอายุน้อยที่สุดที่สามารถยิงประตูในยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก

หลังจากนั้นเพียงไม่นาน โชต้า ก็กลายเป็นขวัญใจของแฟนบอล ปอร์โต และมีหลายคนมองว่า โชต้า จะค้าแข้งที่ปอร์โตอีกยาวนาน แต่แล้วทุกอย่างไม่เป็นไปอย่างที่ทุกคนคิด เมื่อ จอร์จ เมนเดส สุดยอดเอเย่นต์ชื่อดัง ได้ก้าวเข้ามารับหน้าที่ดูแลโชต้า และเขาก็ใช้ทักษะการพุดคุยของเขาในการเกลี้ยกล่อมให้ โชต้า ย้ายจากปอร์โต ในโปรตุเกส มายังวูล์ฟแฮมป์ตัน สโมสรในอังกฤษ ด้วยสัญญายืมตัว

ในปี 2017 ที่โชต้า ได้ย้ายมายังอังกฤษ เพื่อมาค้าแข้งกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ซึ่งในตอนนั้นยังเล่นอยู่ในลีกรองของอังกฤษ ด้วยเหตุผลว่าเขาต้องการพิสูจน์ตัวเองในลีกต่างประเทศอีกครั้ง ซึ่งในช่วงที่มีข่าวที่ โชต้า จะย้ายไปเล่นยังลีกรองในอังกฤษ ทำให้นักข่าวของโปรตุเกสแสดงความไม่พอใจเนื่องจากมองว่าเป็นการลดระดับของนักเตะ และเกรงว่าจะทำให้โชต้าหยุดการพัฒนาการเล่นของตัวเอง แต่ในสโมสรวูล์ฟแฮมตัน โชต้า ได้ร่วมทีมกับนักเตะชาวโปรตุเกสมากมาย รวมถึงการมีผู้จัดการทีมเป็นชาวโปรตุเกส ซึ่งก็คือ นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต อีกด้วย  และมันก็เป็นเหตุผลให้ โชต้า สามารถปรับตัวให้เข้ากับทีมได้อย่างง่ายดาย และด้วยฟอร์มอันโดดเด่นของโชต้า ทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมได้อย่างไม่ยากเย็น และยังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม และในฤดูกาลนั้น เขาสามารถทำประตูไปได้ถึง 17 ประตู และช่วยทีมคว้าแชมป์แชมเปี้ยนชิพ ได้สำเร็จ พาทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกได้อีกด้วย และนั่นทำให้ วูล์ฟแฮมป์ตัน ที่มองเห็นความสามารถอันเหนือชั้นของเขา ตัดสินใจยื่นข้อเสนอซื้อตัวเขามาร่วมทีมอย่างถาวร ด้วยค่าตัว 14 ล้านยูโร

และในฤดูกาล 2018-2019 ซึ่งเป็นฤดูกาลแรกในพรีเมียร์ลีกของวูล์ฟแฮมตัน สามารถจบอยู่ที่อันดับ 7 ของตาราง และยังได้สิทธิไปแข่งขันในฟุตบอลถ้วยยุโรปอีกด้วย ซึ่งผลงานอันยอดเยี่ยมนี้มาจากฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมของ โชต้า โดยในฤดูกาลนี้ เขาทำได้ 10 ประตู 7 แอสซิตส์ และในฤดูกาลถัดมา โชต้า ก็ยังสามารถทำผลงานอันยอดเยี่ยมให้กับวูล์ฟแฮมตัน ด้วยการจบที่อันดับ 7 ของตาราง ส่วนโชต้า ยิงไป 16 ประตู 6 แอสซิสต์

ในฤดูกาล 2020-2021 เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือของลิเวอร์พูล ก็ได้ต้องการ โชต้า เอามาเสริมทัพในแนวรุก และในปิดตลาดซื้อขาย โชต้า ก็ได้ย้ายไปร่วมทีมลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 45 ล้านปอนด์ การเข้ามาร่วมทีมกับลิเวอร์พูล โชต้า สวมเสื้อหมายเลข 20 ในช่วงแรก โชต้ายังไม่ค่อยมีโอกาสลงสนามมากนัก เนื่องจากลิเวอร์พูล มีกองหน้าระดับดาวดังอยู่แล้ว แต่เมื่อเขามีโอกาสลงสนามเขาก็ไม่ปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดมือไป โชต้า จะโชว์ฟอร์มอันน่าทึ่งให้ได้เห็นอยู่เสมอ ด้วยการยิงประตูอยู่บ่อยครั้ง จนในที่สุดเขาก็ได้กลายมาเป็นตัวหลักของทีม นอกจากนี้ โชต้ายังได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของลิเวอร์พูลประจำเดือนตุลาคม 2020-2021 ด้วย

สำหรับผลงานในทีมชาติโปรตุเกส เขาติดทีมชาติเป็นครั้งแรกในชุดเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี ในปี 2014 และได้ไต่ระดับมาเรื่อยๆ จนในปี 2019 โชต้าถูกเรียกตัวให้ติดทีมชาติชุดใหญ่ โดยครั้งแรกได้ลงสนามเป็นตัวสำรองในเกมที่เอาชนะลิทัวเนีย 6-0 และเขาเป็นนักเตะในชุดคว้าแชมป์ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ในปี 2019 ด้วย